skip to Main Content
Call Center : 026516253

ศัลยกรรมความงามดึงหน้า

ใบหน้าของคนเรานั้นนับว่าเป็นสิ่งสำคัญทั้งในแง่ของการสร้างความมั่นใจให้กับตนเองและเป็นการสร้างเสน่ห์ให้กับ เพศตรงข้ามได้ด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อคนเราอายุมากขึ้นย่อมจะมีการหย่อนยานของใบหน้า และเกิดรอยย่นได้เนื่องจากเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังมีการเสื่อมไปตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เห็นเป็นรอยตีนกา ร่องแก้มลึก เนื้อแก้มและขอบคางย้อย รวมถึงการย่นของผิวหนังบริเวณลำคอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ใบหน้าของคนเราแลดูแก่วัย แต่ในปัจจุบันเราสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ด้วยการทำศัลยกรรมความงามดึงหน้า เพื่อดึงหน้าให้ตีงขึ้น ทำให้ใบหน้าดูสดใสและอ่อนวัยขึ้น และแน่นอนว่าการดึงหน้าจะช่วยสร้างความมั่นใจ และบุคลิกภาพให้กับบุคคลผู้นั้นได้มากยิ่งขึ้น

การทำศัลยกรรมความงามดึงหน้าสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้คือ

รอยตีนกา

 แก้มและขอบคางห้อย

 ร่องแก้มลึก

ผิวหนังเหี่ยวย่นบริเวณคอ

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า

1. งดยาต้านการอักเสบ (NSAID เช่นแอสไพริน บุหรี่ อาหารเสริมบางตัวที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น กระเทียม น้ำมันปลา อย่างน้อย 2 อาทิตย์ ก่อนการผ่าตัด สมุนไพรไทยบางชนิดมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ควรงด

2. สมุนไพรบางชนิดเช่นอีฟนิ่งพริมโรส ยาวิตามินอีปริมาณสูงๆ อาหารที่มีส่วนผสมของผงชูรส กระเทียม หัวหอม ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง อาจทำให้เลือดออกมากผิดปกติหรือมีปัญหาระหว่างผ่าตัด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพราะอาจต้องหยุดรับประทานสมุนไพรก่อนเข้ารับการผ่าตัดประมาณ 3 – 5 วัน

3. สำหรับผู้ที่จะวางยาสลบต้องงดน้ำ งดอาหารก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง

4. ผู้ที่มีความดันสูงต้องควบคุมให้เป็นปกติก่อนผ่าตัด 2 อาทิตย์

5. เตรียมงดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัด 1 – 2 อาทิตย์

6. เตรียมตัวหยุดงานประมาณ 7 -10 วัน สำหรับการดึงหน้าทั้งหมด และ 5 – 7 วัน สำหรับการดึงหน้าบางส่วน

7. ควรพาเพื่อนมาด้วยในวันผ่าตัด

8. ถ้ามีโรคประจำตัว ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน

9. ผู้ที่เป็นโรคหัวใจบางชนิด ต้องกินยาต้านเกล็ดเลือด เช่น ยา aspirin ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนผ่าตัด

10. ผู้ที่กินยา Cumadin เพื่อป้องกันภาวะการแข็งตัวของเส้นเลือดดำที่ขาหรือในผู้ที่เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวและหยุดยาก่อนมารับการผ่าตัด

11. ผู้ที่ใช้เครื่องกระตุ้นการทำงานของหัวใจ (Pacemaker) ไม่ควรทำการผ่าตัด

12. เครื่องประดับที่เป็นโลหะควรถอดเก็บไว้ที่บ้าน เพื่อป้องกันการสูญหาย เนื่องจากไม่สามารถใส่ระหว่างผ่าตัดได้

13. หลังผ่าตัด อาทิตย์ที่ 2 มักมีรอยคล้ำของเลือดและน้ำเหลืองบริเวณคอ ควรเตรียมเสื้อคอปิดไว้ใช้หลังผ่าตัด

14. แผลเป็นที่เกิดจากการผ่าตัดจะอยู่ที่หลังหูและบริเวณไรผม ผู้ที่ชอบเกล้าผมเปิดหลังหูพิจารณาเปลี่ยนทรงผมหลังผ่าตัด

15. เนื่องจากแผลเป็นหลังหูอาจมองเห็นในคนที่ไว้ผมซอยสั้น ดังนั้น ก่อนผ่าตัด 1 เดือน ผู้ที่ไว้ผมแบบเปิดหลังหูหรือซอยสั้น อาจต้องเปลี่ยนทรงผมเพื่อไม่ให้เห็นแผลเป็นชัดเจนหลังผ่าตัด

การผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า

การดึงหน้าส่วนบน (Anterior Facelift)
 เป็นการผ่าตัดดึงหน้า ด้านข้างหน้าผากและข้างแก้ม โดยมีแผลเป็นบริเวณขมับและบริเวณแก้มโดยไม่มีแผลที่บริเวณหลังใบหู เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดึงหน้าผากด้านข้าง, ยกคิ้วและผิวหน้าบริเวณโหนกแก้มเหมาะกับผู้ที่มีร่องรอยเหี่ยวย่นบริเวณใบหน้า แต่ไม่มีรอยย่นบริเวณคอ เป็นการดึงหน้าเฉพาะ 2/3 ของใบหน้า วิธีนี้สามารถทำผ่าตัด ได้โดยไม่ต้องวางยาสลบ หรือถ้าผู้ป่วยกังวลก็สามารถวางยาสลบได้เช่นกัน

การดึงหน้าทั้งหมด (Full Facelift) 
เป็นการดึงหน้าที่ทำผ่าตัดบริเวณ ส่วนบน, ส่วนกลางและคอ เหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้าและคอย่น วิธีนี้เป็นการดึงหน้าที่ทำมากที่สุด เพราะสามารถช่วยให้ใบหน้าทั้งหมดดูอ่อนเยาว์ขึ้น ช่วยแก้ปัญหาคางย้อยและคอเหี่ยวย่นได้
การผ่าตัดนี้ต้องทำโดยการดมยาสลบ นอนโรงพยาบาล 1 วัน หลังการผ่าตัดควรหยุดงานประมาณ 7 วัน เนื่องจากมักมีอาการบวมหลังการผ่าตัด

การดึงคิ้ว, ขมับและหางตา (Temporal lift) 
เป็นวิธีการผ่าตัดเพื่อดึงหางคิ้ว , ขมับ เพื่อให้หางคิ้วเปิด ช่วยให้หางตาตกน้อยลง โดยทั่วๆไป มีการผ่าตัด 2 วิธี คือ 1 ลงแผลภายในไรผมเช่นเดียวกับวิธีการดึงหน้า วิธีนี้จะไม่เห็นแผลบริเวณใบหน้า แต่ไม่สามารถดึงหน้าได้ตึงมาก สามารถทำผ่าตัดโดยฉีดยาชาได้ หรือถ้าผู้ป่วยต้องการวางยาสลบก็ได้เช่นกัน 
3.2 วิธีที่ลงแผลผ่าตัดที่ไรผม ใช้กับผู้ที่มีหน้าผากกว้างอยู่แล้ว เริ่มมีศีรษะล้าน และไม่ต้องการให้หน้าผากกว้างมากขึ้น เป็นวิธีที่มองเห็นแผลเป็นที่ไรผมแต่ไม่มีการเพิ่มความกว้างของหน้าผาก

การดึงคอ (Neck Lift)
 เป็นการผ่าตัดที่แก้ปัญหาเรื่องคอเหี่ยวย่นและคางย้อย ในกรณีที่คางย่นมากอาจจำเป็นต้องดูดไขมันที่คางด้วย วิธีนี้จะมีแผลผ่าตัดหลังใบหูถึงศีรษะด้านหลัง

การดึงหน้าร่วมกับการดึงหน้าผาก (Forehead lift and Facelift)
 ทำในผู้ที่ต้องการดึงหน้าและมีรอยย่นที่หน้าผากมาก และต้องการผ่าตัดในคราวเดียวกัน

ขั้นตอนการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า

1. วางยาสลบ หรือฉีดยาชาเฉพาะที่

2. ถ้ามีไขมันใต้คางมากสามารถดูดหรือตัดไขมันใต้คางร่วมกับการผ่าตัดดึงหน้าได้

3. ดึงทั้งหน้าใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 4 ชั่วโมง ถ้าทำเฉพาะส่วน ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง

4. หลังจากผ่าตัด ผู้ป่วยควรพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล 1-2 วัน

5. สามารถไปทำงานได้หลังผ่าตัด 10 วัน

การดูแลหลังการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า

ประคบเย็นที่ใบหน้า (บริเวณหน้าผาก, แก้ม 2 ข้าง) วันละ 4 ครั้ง เพื่อลดอาการบวม ประมาณ 3 – 5 วัน

นอนยกศีรษะสูง (หนุนหมอน 2 ใบ) เพื่อลดอาการบวม

ผ้าตาข่ายที่พันบริเวณใบหน้านั้นปิดไว้เพียง 1 วัน เช้าวันรุ่งขึ้นให้ตัดหรือแกะออก จากนั้นสระผมได้โดยเกาอย่างเบามือ เพื่อล้างคราบเลือดออก ซับแล้วเป่าผมให้แห้ง สามารถสระผมได้ทุกวันตามปกติ

ช่วง 5 วันหลังผ่าตัดให้มาตัดไหมบริเวณหน้าหู บริเวณนี้ไม่ควรตัดไหมช้าเพราะจะมีแผลเป็น

ช่วง 7 วันหลังทำการผ่าตัด ให้มาคลายไหมที่ศีรษะเพื่อลดอาการตึงของแผล

ช่วง 10 วันหลังทำการผ่าตัด ให้มาตัดไหมทั้งหมดออก (พร้อมทั้งพบแพทย์เพื่อตรวจแผล) ถ้าแผลตึงมาก อาจตัดไหมวันที่ 14 หลังผ่าตัด

หลังจากคลายไหมแล้ว ใช้ “Vitamin E” ทานวดที่แผล (บริเวณกกหู, หลังหู, ท้ายทอย) เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นนูนแข็ง วันละ 2 ครั้ง ทุก ๆ วัน

รับประทานยาตามแพทย์สั่งจนหมด ถ้าเกิดอาการแพ้ยา เช่น มีผื่นแดง, คัน, คลื่นไส้อาเจียน, แน่นหน้าอก ให้มาพบแพทย์ทันที

งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, งดสูบบุหรี่ 2 อาทิตย์หลังผ่าตัด

ถ้ามีอาการเลือดออกมากผิดปกติ หรือบวมมาก ควรติดต่อแพทย์โดยทันที

Back To Top